พ่อตอนที่ 1 : 40’s Boy

Updated: Jan 15

ผมกับเขา เรารู้จักกันมานาน เรารู้จักกันมานาน แต่เค้ารู้จักผมก่อน ก่อนที่ผมจะรู้จักตัวเองเสียอีกเค้ารู้จักผมก่อน เพราะเขานั่นล่ะ ที่บอกว่าผมต้องถูกเรียกว่าอะไร เขาอยู่ในกลุ่มคนที่ร่วมกันตั้งชื่อเรียกให้ผมแต่เค้าเห็นผมก่อนที่ผมจะเห็นเขา … ใช่ เพราะ ณ วันนั้น ตาผมยังไม่เปิดลืมขึ้น ถึงเปิดลืมขึ้นมาได้ ก็ยังไร้ซึ่งความหมายใดๆทั้งสิ้น

ผมจำความได้แต่เด็กก็รับรู้และเข้าใจแล้วว่าพ่อตัวเองเป็นทหารอากาศ เป็นอดีตน่ะครับ แกเป็นข้าราชการบำนาญ ยศสุดท้ายก่อนลาออกคือ พันจ่าอากาศเอก ตอนเด็กก็ไม่รู้หรอกว่ายศทางทหารเค้านับอะไรกันยังไง บ้านของเราอยู่แถวกองบิน 4 ตาคลี นครสวรรค์คนแถวบ้านเรียกพ่อว่า จ่าวัลลีย์ บ้างก็จ่าต๊ะ นี่คือทั้งชื่อจริงและเล่นของพ่อ ตอนเด็กผมค่อนข้างอายชื่อพ่อตัวเองกับเพื่อนๆมากเพราะชื่อ คล้ายชื่อผู้หญิง พ่อเองก็เคยคิดจะเปลี่ยนเหมือนกันไปเป็นวัลล๊ง วัลลภ อะไรแต่ก็ไม่ได้เปลี่ยน

พ่อมาเป็นทหารอากาศได้แบบบังเอิญกึ่งตั้งใจ พ่อเกิดปี 2479 หรือ 1936 หลังประเทศไทยเปลี่ยนแปลงการปกครอง มาแล้ว 4 ปี เกิดวันที่ 26 กันยา แต่ไปแจ้งเกิดช้าเลยกลายเป็น 29 กันยายน เกิดปีเดียวกับละครเรื่อง “เลือดสุพรรณ” ที่มีเพลง “ดวงจันทร์” เป็นเพลงประกอบ พ่อเล่าว่าจำความได้ย่าก็ร้องเพลงนี้กล่อม

พ่อมีพ่อ 2 คน พ่อจริงคือ ปู่ตุ๊ ผู้ให้กำเนิด ทำงานไปรษณีย์โทรเลขก่อนจะไปเป็นทหารเรือเข้าร่วมรบในสงครามอินโดจีน ยุคนั้นโลกเต็มไปด้วยสงครามและไทยเราก็ไปมีส่วนร่วมกับเค้าอยู่เนืองๆมีสงครามย่อยเกิดขึ้นมากมายระหว่างโลกครั้งที่ 2 พ่อมีน้องชายอีก 2 คน คนรองเป็นตำรวจ คนสุดท้องห่างกับพ่อ 6 ปี เป็นกระเทยซึ่งผูกคอตายไปแล้ว



พ่อกับอา

ปู่ตุ๊ตายด้วยไข้มาเลเรียบนเรือรบหลวง  ภาพที่พ่อจำปู่ได้คือก่อนออกสงครามยังมาอุ้มพ่อพร้อมสวมหมวกทหารเรือ ที่เรียกว่า หมวกทรงหม้อตาล แล้วหลังจากนั้นก็ไม่ได้เจอปู่อีกเลย

พ่อเกิดในยุคเมืองไทยย่ำแย่สุดๆประเทศเราน่าจะมีแค่คนจนกับคนรวยชนชั้นกลางยังไมเยอะเท่าไหร่ เกิดที่ ต. วังบูรพา อ.พระนคร เพราะหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองมาบ้านเมืองไม่เคยสงบจริงๆมีสงครามโลกครั้งที่ 2 ตอนปี 2485 ก็เกิดน้ำท่วมใหญ่ที่กทม.อีก ย่าต้องหอบเอาพ่อกับอาขึ้นสะเอวเดินหนีน้ำพ่อเป็นเด็กในยุคโกโบรินั่นแหล่ะ ญี่ปุ่นเดินกันเต็มเมือง ได้ยินเสียงหวูดเตือนภัยทีก็ต้องรีบหลบลงหลุมหนีระเบิด

หลังปู่ตุ๊ตายย่าก็มีผัวใหม่คือ ปู่เฮงซึ่งมีฐานะร่ำรวยพอสมควรดูแลครอบครัวได้ส่งเงินให้ใช้ให้เรียน พ่อเข้าเรียนโรงเรียนเทศบาลมาต่อโรงเรียนวัดนวลนรดิศจนจบ ม.6 พ่อชอบวิชา ภาษาอังกฤษมาก .. นั่นเป็นส่วนสำคัญที่ส่งผลหลายๆอย่างมาจนถึงปัจจุบันของพ่อ พ่อมีความใฝ่ฝันอยากเข้าเรียนมหาลัยอยากเป็นหมอ แต่ไม่ได้เรียนต่อ ม.7-8 อย่างใจหวัง เพราะปู่เฮงดันไปมีเมียอีกคนเลยเอาเงินไปส่งอีกบ้าน

ย่ากับลูกๆย้ายไปอยู่ที่บ้านบางขุนเทียน จรัลสนิทวงศ์ ฝั่งธนบุรี ขายข้าวแกงบ้าง สุดท้ายย่าก็พับถุงขายแถวถนนวุฒธากาศ เงินไม่พอจะส่งลูกได้ทั้ง 3 คนพ่อเลยต้องออกจากโรงเรียน เริ่มคบหาเพื่อนฝูงสูบบุหรี่ทำตัวเป็นจิ๊กโก๋ทำย่าเสียใจใช้ได้เหมือนกัน

พ่อเคยเล่าประสบการณ์เฉียดตายให้ฟังว่าเมื่อสมัย มศ 5 พ่อออกไปเล่นแถวๆบ้านนี่ล่ะ โหนบาร์เล่นแล้วตกลงมาส้นเท้าไปเจอเข้ากับอะไรที่ปักอยู่ในดินสักอย่างแล้วก็เป็นแผลใหญ่ กลับบ้านไปย่าก็ทำแผลให้ปรกติ ผ่านไปหลายวันเข้าแผลก็ไม่หายแถมไข้ก็ขึ้นสูงขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความยากจนย่าก็ไม่ได้พาไปหาหมอแต่ไปเอายาต้มมาต้มให้กินจนพ่อบอกว่าลิ้นเริ่มแข็งแล้ว ทรมานมากคนข้างบ้านมาเห็นเลยเรียกสามล้อพาไปส่งโรงพยาบาลศิริราช ผลคือเป็นบาดทะยักขั้นรุนแรง นอนโรงพยาบาลก็เพ้อเห็นผีเห็นมือยักษ์จะมาเอาชีวิตแต่ก็รอดมาได้

ถ้าไม่มีพ่อวันนั้น วันนี้ผมก็คงไม่ได้มานั่งพิมพ์อะไรอย่างนี้แล้วสิ

หลังจากพ่องงงวยกับชีวิตตัวเองสักพักว่าจะทำอะไรไปทางไหนต่อดี เพราะไม่สามารถเรียนต่อในสายสามัญให้สูงขึ้นไปได้อีกแล้ว ปี 2498จึงรวบรวมชาวแก๊งจากโรงเรียนวัดนวลนรดิศ 7 คนไปสอบ นักเรียนจ่าอากาศที่ดอนเมืองแล้วก็สอบได้เสียอย่างนั้นกลับมาบอกย่าว่าสอบติดนักเรียนจ่านะ มีญาติเป็นข้าราชการบ้างไหมต้องไปให้เค้ารับรอง สุดท้ายพ่อก็เลยต้องเป็นทหารอากาศ

เรียนอยู่ที่ดอนเมือง 1 ปีย้ายมากองบิน 2 ลพบุรี อีก 1 ปี พอจบบรรจุที่ลพบุรี ย้ายกลับไปกองบิน 1 ดอนเมือง ก่อนที่ปี 2503 จะย้ายมากองบิน 4 ตาคลี แล้วพอปี 2505 ก็เกิดสงครามเวียตนาม ต้นยุค 60s หรือ ฮิปปี้ แต่พ่ออาจจะอยู่คนล่ะฝั่งกับฮิปปี้เพราะพ่อคือทหาร

จนปี 2509 ทหารอเมริกัน ยกพลเข้าสู่ตาคลีพ่อเลยได้ทำงานกับทหารอเมริกันด้วยความที่สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ดีเลยมีหน้าที่อื่นๆนอกจากตำแหน่งหน่วยสรรพาวุธ เคยถามว่าทำอะไร สรรพาวุธ พ่อบอกก็ทำเกี่ยวกับพวกอาวุธทั้งหลายของทหารไปถึงพวกติดอาวุธให้เครื่องบิน

พอทหารอเมริกันมาก็ต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกและสร้างความบันเทิงให้เหล่าทหาร มีผับบาร์เกิดขึ้นในตาคลี ในกองบินก็มีร้านค้าที่นำสินค้าจากอเมริกันเข้ามาขายให้พวกทหาร พ่อเลยมีตำแหน่งพิเศษเพิ่มขึ้นดูแลหน่วยพวกนี้ร้านค้าร้านอาหารคลับให้ทหารอเมริกัน ทำให้พ่อมีแผ่นเสียงและเหล้าฝรั่งอยู่เยอะเพราะซื้อจากร้านค้าบ้าง ฝากฝรั่งซื้อบ้าง

พ่อเกิดยุค 30’s ช่วงเด็กคาบเกี่ยววัยรุ่นก็เป็น 40’s ถึง 50’s หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 การเมืองก็มีการเปลี่ยนแปลงโดยทั่วไปญี่ปุ่นกำลังล่มสลายจากสงครามเตรียมฮึดมาสร้างประเทศอีกครั้ง เทคโนโลยีต่างๆก็พัฒนาขึ้น การบันทึกภาพ บันทึกเสียง เป็นยุคที่ดนตรีและภาพยนตร์กำลังพัฒนา Rock and Roll ต้นธารของดนตรีทั้งหลายแหล่บนโลกนี้ก็เริ่มขึ้นที่ยุคนี้

#บ้านนี้ไม่มีงานศพ #วัลลีย์เทศดรุณ #chaharmo #ชาฮาโม

11 views

©2019 by ChaHarmo. Chiang Mai, Thailand