ABC...ดี : อันนะปุรณะ เบสแคมป์ 1

กทม. – กาฐมาณฑุ – โพคารา


เป็นการเดินทางที่เกิดขึ้นแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวเท่าไหร่ อยู่ดีๆเมื่อปลายปี ‘เนส’ รุ่นน้องเจอะเจอกันตอนขี่มอเตอร์ไซค์เที่ยวแม่ฮ่องสอนเป็นเจ้าของเฮินไตรีสอร์ทที่แม่ลาน้อยแล้วก็เป็นแฟนกับรุ่นน้องที่ผมรู้จักดีมาหลายปีทักแช็ตเข้ามาถามชวนไป ABC ไหม ตอนนั้นก็ยังไม่รู้เลยว่าไอ้ ABC นี่คืออะไรวะ เคยได้ยินมาแต่ผ่านๆรู้ว่าเดินเขาหลายวัน มีหิมะ อยู่เนปาลแค่นั้นล่ะ ไม่รู้ว่าเนสหว่านล้อมอะไรบ้างก็บอกไปว่าจะคิดก่อนนะแต่จำได้ว่าคิดไม่นานก็ตอบรับว่าไป


ตังค์ก็ไม่มีจำได้ว่าให้เนสจองตั๋วโปรการบินไทยให้ก่อนผ่อนจ่ายเป็นรายอาทิตย์เอา ส่วนอุปกรณ์เดินเขากันหนาวนี่ไม่มีเลย เดินป่าเดินเขามา 5-6 ลูกก็ใส่กางเกงยีนส์บ้างกางเกงวอร์มรองเท้าวิ่งแต่รอบนี้ไม่ได้แน่ๆ กะว่ายังเหลือเวลาอีกหลายเดือนมารู้ตัวอีกที ชิบหายแล้วอีกอาทิตย์นึงต้องไปแล้วก็ไล่ซื้อนั่นซื้อนี่จนวันสุดท้ายแล้วก็ไม่ครบจนได้


ไปรอ’เนส’ กับ ‘ทราย’ ที่สุวรรณภูมิหนึ่งคืนเราจะเดินทางกัน 3 คนไปสมทบกับคนอื่นชาวกทม.ที่ล่วงหน้าไปก่อนซึ่งก็คือใครไม่รู้ เอาจริงๆยังไม่รู้อะไรแน่นอนสักอย่าง ข้าวของที่ซื้อมาครบหรือเปล่าก็ยังไม่รู้ขอแค่มีรองเท้ากับชุดกันหนาวเป็นพอ


หลังจากเนสกับทรายมาสมทบเราบินไปกับการบินไทยใช้เวลา 3 ชั่วโมงครึ่งถึงสนามบินตริภูวัน กาฐมัณฑุ เวลาท้องถิ่นบ่ายสองครึ่ง เจอสภาพสนามบินแห่งชาติแบบที่ไม่คุ้นตาเข้าไปก็เลยงงๆแฮะ มารอตรวจคนเข้าเมือง ปรากฎว่าคนเยอะมากพวกเรามองหาป้ายว่า แถวไหนยังไง ก็ว่าไปต่อแถวถูกแล้วนะคือ แถวที่บอกว่ามีวีซ่า 15 วันมาแล้ว แต่ดูแล้วทำไมคนมันไม่ขยับยืนรออยู่ร่วม 2 ชั่วโมงจึงไปถามเจ้าหน้าที่เค้าก็ไล่มาอีกแถวนึงคราวนี้ผ่านอย่างเร็วเลย อะไรของมันวะ สรุปว่าที่ไปยืนกองๆกันคือ ตรงนั้นพวกยังไม่ได้ทำวีซ่า


โผล่ประตูสนามบินมาก็สี่โมงกว่าเข้าไปแล้ว ยังต้องมามองหากันอีกว่าใครมารับเราวะ ได้ข่าวว่าเป็นไกด์ของเอเจนซี่ทัวร์ที่เราซื้อกันทริปกันไว้นี่ล่ะชื่อ บริษัท Incredible อะไรสักอย่าง บอกว่าไกด์ชื่อ ซานโต๊ส เราก็ช่วยกันมองหาซึ่งเหล่าคนถ้ามียืนรอรับก็มีไม่ต่ำกว่า 50 คน ชูกระดาษกันคนล่ะใบ แล้วมันจะเห็นได้ง่ายๆไหมเนี่ย คนมองหาคนมารับก็เยอะเบียดกันไปเบียนกันมา สายตามองไปทางขวาเจอกระดาษอยู่แผ่นหนึ่งที่อ่านออกเพราะเป็นภาษาไทยละที่สำคัญมันพิมพ์ชื่อเรานี่หว่า ‘สุพิชา เทศดรุณ’ เลยตรงเข้าไปหาปรากฎว่าคือ คุณซานโต๊สนั่นเองพาเรา 3 คนขึ้นรถแวนพร้อมคนขับบอกว่าต้องพาเราไปจ่ายตังค์ค่าทริปที่บริษัทก่อน ออกจากสนามบินที่เหมือนท่ารถของไทยมาก็เจอกับถนนที่ผุพัง หลุมบ่อ เสียงแตรโวยวายและฝุ่นมหาศาล คิดในใจ “ชิบหายแล้ว กูมาที่ไหนเนี่ย” ยิ่งเข้าเมืองสภาพถนนนึกว่าออกนอกเมือง ตรงไหนถนน ตรงไหนทางเท้า อะไรแยกไม่ออกเลยโว๊ย รถเยอะ ฝุ่นแยะ มีวัวเดินด้วย มาถึงออฟฟิศย่านทาเมล คิดว่านี่มันใจกลางเมืองหลวงจริงเหรอวะเนี่ย เอาวะ ยังไงก็มาถึงแล้วนี่วันแรกอยู่เลย ต้องทำใจเปิดกว้างเข้าไว้ เสร็จธุระตรงนั้นเสร็จซานโต๊สบอกเดี๋ยวพาเราไปขึ้นรถเพื่อเดินทางต่อไปโพคารา อะไรคือ โพคาราวะ ก็มาได้ข้อมูลว่า ABC หรือ Anapurna Base Camp เนี่ยมันต้องไปขึ้นที่เมืองโพคาราคือ เมืองทางเหนือนู่น ถึงจะติดเทือกเขาหิมาลัยไอ้ที่เรามาลงเมืองหลวงเนี่ยมันค่อนลงมาทางกลางประเทศ แต่ดูระยะทางไปก็ไม่ถึง 300 กิโลเมตร คิดในใจไม่เกิน 4 ชั่วโมงก็ถึง แต่ซานโต๊สบอกว่าน่าจะ 7 ชั่วโมง ก็เฮ้ย ทำไมมันนานงั้น เชียงใหม่ไปชัยนาทได้เลยนะน่ะ รถแวนพาเรามาลงตรงริมถนนใหญ่เหมือนจะเป็นตลาดและท่าจอดรถตู้ต่างๆชุลมุนสัส แล้วก็ชี้ๆบอกว่าขึ้นไปเลยคันนี้ๆ เรา 4 คนเลยไปนั่งหลังสุด ซานโต๊สซื้ออาหารเรียกว่า โมโม่ (Momo) ขึ้นมาให้เผื่อไว้บอกเดี๋ยวกินระหว่างทาง รถตู้ที่เรานั่งถ้านับจากจำนวนเบาะที่ทำติดรถมาจริงๆก็คือ รถตู้ 11 ที่นั่งเหมือนเวลาเราไปปายหรือแม่ฮ่องสอนนั่นแหล่ะ แต่ดูจากเบาะพิเศษ หรือ แผ่นไม้กระดานที่วางอยู่ที่พื้นรถแถวนั้นเดาได้ว่าแม่งมีเบาะเสริมแน่ๆ แล้วก็มีจริงๆกว่ารถจะออกก็เกือบ 6 โมงเย็นเข้าไปแล้วด้วยจำนวนคนบนรถรวมคนขับ 14 คน อะไรของมันวะ บ้านเมืองไม่มีขื่อไม่มีแปเลย


รถออกมาด้วยลีลาการขับที่ชวนเวียนหัวพร้อมเพลงเนปาลสนุกสนานประกอบการเดินทาง เราพยายามจะหลับกันเพราะค่อนข้างเพลียกันมาแต่ก็หลับไม่ลง รถจอดตลอด จอดทีนึงก็มีคนขึ้นมาทีนึง ตอนแรกก็เฉยๆ คิดอีกที เฮ้ย มึงขึ้นมากันอีกเหรอเนี่ย ฟ้าเริ่มมืด รถเริ่มไต่ขึ้นเขาด้วยช่องจราจร 2 ช่องเท่านั้น ถนนลัดเลาะเขาและขอบเหวไปเรื่อยๆเข้าใจละว่าทำไมใช้เวลาเยอะ เพราะเลนน้อยมาก แต่รถทั้งขึ้นทั้งลงเยอะเหลือเกิน แต่ทุกคันก็พยายามจะแซงกันตลอดเวลาเมื่อมีโอกาส คันที่เรานั่งเหยียบด้วยความเร็วสูงมากถึงกับต้องสวดมนต์ในใจเลยนึกบทไหนได้กูสวดก่อนแล้ว นี่กูยังไม่เห็นหิมะเลยนะ อย่าเพิ่งเป็นอะไรไป รถจอดแวะให้เข้าห้องน้ำก็ได้เผชิญกับส้วมสภาพโหดไม่แพ้ถนน เรากินโมโม่กันขนมคล้ายๆเกี๊ยวซ่ายัดไป3-4 อันอิ่มแฮะ นึกขึ้นได้ ชิบหายยังไม่ได้แลกตังค์เนปาลกันเลยนี่หว่า คิดว่าที่โพคาราน่าจะมีนะ  ออกเดินทางกันต่อฟ้ามืดสนิท ความเร็วรถเรายังไม่หยุดแซงตลอดเมื่อมีโอกาสจากตอนแรกตกใจทุกครั้งที่มันแซงไปแล้วเห็นตรงหน้าว่ารถบรรทุกเปิดไฟสูงสวนมา แต่พอมันรอดไปได้เกิน 5 ครั้งก็เริ่มเข้าใจได้ล่ะ ว่ามันคือ ธรรมชาติของเค้าที่นี่ เค้าขับกันอย่างนี้ เดาใจกันได้ทั้ง 2 ฝ่าย เราเอาความเคยชินของเรามาตัดสินสิ่งที่แตกต่างย่อมไม่ถูกต้องข่มตาหลับไปซะก็หลับไม่ค่อยจะลงอยู่ดี รถก็จอดให้เข้าห้องน้ำอยู่เรื่อยๆเสียงเพลงในรถก็ยังคงดังแม้ไฟในรถจะดับ พอผ่านจุดที่เหมือนจะเป็นหมู่บ้านหรือตำบลใหญ่ที่ก็มีคนขึ้นมาอีก สุดท้ายเชื่อไหมว่าบนรถเรามีสมาชิกรวมกันทั้งหมด 23 คน ไอ้ห่า รถ 11 ที่นั่งมึงขึ้นกันมายังไง 23 คนวะเนี่ยเจอขนาดนั้นก็ปลงหมดแล้วกูนอนก็ได้อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด


จากรถเงียบๆผ่านไปสักพักไอ้ที่ไม่รู้จักกันมานั่งตักนั่งซ้อนกันเริ่มคุยกันถูกคอร้องเพลงตามเสียงเพลงในรถกันสนุกสนานเอาเข้าไปพวกมึง แล้วอยู่ดีๆรถก็ต้องมาจอดติดต่อแถวกัน ก็คิดว่าคงหลบให้กันเหมือนที่ผ่านมาแต่คราวนี้ไม่ใช่ผ่านไปครึ่งชั่วโมงไม่ขยับ ซานโต๊สลงไปถามให้ปรากฎว่ามีอุบัติเหตุข้างหน้าเหมือนจะมีคนตายด้วย ต้องรอรถพยาบาลเข้ามามองดูนาฬิกา 4 ทุ่มกว่าเข้าไปแล้ว กลับมาพยายามนอนกันอีกที ติดอยู่ตรงนั้น 2 ชั่วโมงถามไกด์ของเราเป็นระยะๆแหล่ะว่ามันใกล้หรือยัง ซานโต๊สบอกจากตรงนี้ก็อีก 2 ชั่วโมง


นั่นล่ะเรามาถึงโพคาราที่พักของเราตี 2 กว่า รถแวนโดยพอคนขับหัวใจรักเสียงเพลงมาส่งพวกเราเป็นกลุ่มสุดท้ายลงมาจับไม้จับมือยิ้มแย้ม ผมได้แต่ยิ้มเจื่อนๆตอบกลับนี่แค่วันแรกนะเนี่ย ระยะทาง 200 กว่ากิโล ถึงสนามบินบ่ายสองนิดๆกะว่ามาถึงโพคาราก็ไม่เกิน 2 ทุ่มจะได้นอนพักเต็มๆหนึ่งคืนเพราะวันรุ่งขึ้นจะต้องเริ่มเดิน ละนี่อะไร มาถึงตี 2 ครึ่ง รีบนอนก่อนแข็งแรงเข้าไว้ทั้งใจกายเดี๋ยวมันก็จะดีน่ะ


#annapurna #เนปาล #อันนะปุรณะ

0 views

©2019 by ChaHarmo. Chiang Mai, Thailand