มีรักในวัยเรียนก็เหมือนจุดเทียนกลางสายฝน "เรื่องของ ต.กับต."

เขียนไว้เมื่อ 30 September 2014 มีรักในวัยเรียนก็เหมือนจุดเทียนกลางสายฝน


ประโยคนี้ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าใครกล่าวไว้คนแรก แต่ผมได้ยินครั้งแรกจากแฟนเก่าในตำนานของผมเอง แต่ที่จะเล่าวันนี้ไม่ใช่เรื่องตัวเองแต่เป็นเรื่องของเพื่อนคนหนึ่งที่ได้จุดเทียนกลางสายฝนเหมือนกัน เรื่องมันเศร้ามาก

ช่วงปี 1-2 ผมยังมีเพื่อนไม่เยอะ หลัก ๆ ก็จะเป็นเพื่อนจากจังหวัดเดียวกันซึ่งก็มาอยู่หอเดียวกัน คือ หอ 1 ชายไปไหนมาไหน ก็ไปด้วยกันนี่ล่ะ ช่วงแรกของเทอม 1 ก็ใช้เวลาไปกับการรับน้องในคณะ ตกเย็นมากลับหอก็เจอเพื่อนๆรูมเมทและห้องข้าง ๆ ก็มีกิจกรรมกันหลายอย่างระหว่างชาวนครสวรรค์

ในกลุ่มเพื่อน ๆ จะมีเพื่อนต่างหออยู่หนึ่งคน แต่ก็มาจากโรงเรียนเดียวกัน คนละห้อง แต่อยู่วิศวะเหมือนกัน ชื่อ ต.ละกัน ต.เนี่ย มีแฟนที่หนีตามกันมาเรียนชื่อ ต. เหมือนกัน อยู่คนละคณะ ต.แฟนมันอยู่วิทยาศาสตร์ เอาเป็นว่าถ้าเรียกไอ้ต. จะคือเพื่อนผม ถ้าเรียกต. เฉย ๆ จะเป็นแฟนมัน ทั้งคู่ก็จบมาจากโรงเรียนเดียวกัน นครสวรรค์ สถาบันการศึกษา มีดวงตราวิมานเด่นเป็นเครื่องหมาย ฯลฯ รู้สึกว่าจะบ้านเดียวกันด้วย 2ต.นี้ สิงห์บุรีมั๊ง ถ้าจำไม่ผิด

ช่วงแรก ๆ ที่มาเรียนกันก็เห็นว่าเป็นปรกติอยู่ไปรับไปส่งกันเรียน กินข้งกินข้าวกัน สักพักเริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง ต.ฝ่ายหญิงเริ่มเปลี่ยนไป ไอ้ ต.ฝ่ายชายเริ่มเปลี่ยนตาม เหมือนว่าต.จะเริ่มเว้นระยะห่างออกไป ไอ้ต.ฝ่ายชายยิ่งพยายามขยับเข้าใกล้มากขึ้น เรื่องของเรื่อง ก็เหมือนต.จะเลิกกับไอ้ต. นี่ล่ะ แต่ก็เหมือนไม่ได้มีใครใหม่ แต่ไอ้ต. ไม่ยอมเข้าใจใด ๆ ทั้งนั้น ทำทุกวิถีทางเพื่อให้ทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิม ในขณะที่ตัวเองเริ่มเปลี่ยนไปทางกายภาพและภายนอก จากมาใหม่ๆไม่อ้วนไม่ผอม ดูสะอาดสะอ้านดี ก็พลันกลายเป็นคนกินแต่เหล้าเบียร์ สูบบุหรี่จัด น้ำท่าไม่อาบ ผมยาวรุงรัง ไม่ไปเรียนหนังสือ เอาแต่ไปตามตื๊อ ต.ให้มาเหมือนเดิม ใช้กำลังฉุดกระชากลากถู ปล่อยตัวเหลวแหลกเพื่อให้เค้าหันมาสนใจ ทำให้ต.ยิ่งตกใจกลัว พยายามหนีหน้าไปทุกที่ ไอ้ต. ก็ไปดักรอ ทั้งใต้หอ ทั้งใต้ตึกเรียน ตัวเองมีเรียนไม่ไปเรียน เอาแต่กระวนกระวายไปดักรอต. ทุกที่ จนต.หวากระแวงไปหมด ไปไหนมาไหนต้องมีเพื่อนคอยป้องกัน คอยวิ่งหนี

ไอ้ต.ทำทุกอย่างจริงๆ เพื่อจะให้ต.หันมามองยกเว้นทำตัวให้เหมือนเดิม ไอ้ต. สภาพเละเทะมากในช่วงเวลาเดือนนิด ๆ มีอยู่วันหนึ่งช่วงใกล้เข้าพรรษาหรืออย่างไรนี่ล่ะ ต.เรียนแล็ปอยู่ที่ตึกฟิสิกส์ ซึ่งก่อนหน้านั้นไม่นานเพิ่งมีข่าวคนงานตกตึกลงมาตาย มีเพื่อนเพจหากันให้วุ่น ว่าไอ้ต.จะโดดตึกตายอยู่ที่ตึกฟิสิกส์ ช่วงเวลานั้นก็เย็นจนจะมืดแล้ว ต.ทำแล็ปก็กลัว อาจารย์คุมแล็ปยังพลอยกลัวไปด้วยเลย เพราะไอ้ต.เดินวนไปวนมาระเบียงตึก พวก ๆ เราเพื่อนนครสวรรค์และเพื่อน ๆ วิศวะก็พากันไปหา เกลี้ยกล่อมให้ใจเย็น ไอ้ต.ก็เดินวนไปมาดูดบุหรี่ จนรุ่นพี่ที่จบโรงเรียนเดียวกันแถมอยู่วิศวะเหมือนกัน ซึ่งไอ้ต.สนิทสนมด้วยมาถึง มายืนเล็ง ๆ อยู่พักก็ตะโกน จับใจความว่า “ไอ้ต. ลงมาเหอะมึง ไปกินเหล้า แล้วค่อยคุยกัน” ไอ้ต.ลังเล อยู่แป๊บก็เดินลงมาโดยละม่อมแล้วก็พากันขี่รถไปกินเหล้า

ไอ้ต.เคย ทำให้ต. เดือดร้อนอยู่บ่อย ๆ คือ ไม่อยากให้ต.หนีไปไหน ไม่อยากให้ออกจากหอ หึงหวงกลัวจะไปกับคนนั้นคนนี้ นอกจากไปดักรอตามที่ต่าง ๆ แล้ว สาบานได้ผมเคยเห็นกับตา ว่าไอ้ต. ไปปล่อยลมรถมอเตอร์ไซค์ของ ต. หลังจากได้ยินมาจากเพื่อน ๆ ว่ามันทำอย่างนั้น เลยเชื่อเพราะเห็นกับตาตัวเอง

ไอ้ต. อกหักตั้งแต่ยังไม่ทันปิดกิจกรรมรับน้องหรือปิดห้องเชียร์ปี 1 เลย แล้วอกหักยาวนานมาก จนปี 2-3 ละมั๊ง ตัดใจไม่ได้เลยจริงๆ การเรียนก็ตกเอาตกเอา ติดเอฟ ดร็อปไปหมด แต่ก็ถูลู่ถูกังเรียนอยู่ ช่วงปี 2 เริ่มย้ายตัวเองไปอยู่กับบ้านเช่าของรุ่นพี่ น้ำท่าไม่อาบ ฟันไม่แปรง ผมไม่สระ ไม่ไปเรียนหนังสือเสื้อผ้าไม่ค่อยซัก ผมยาวเหม็น วันไหนมันอาบน้ำนี่ทุกคนแทบจะเลี้ยงฉลอง วันๆนอนกินเหล้าดูทีวี ช้ำรัก จนเพื่อนๆเริ่มชินแต่ก็มีเหตุการณ์แรง ๆ โผล่มาเป็นระยะ

ครั้งหนึ่งตกใจกันกลางดึก เพราะมีข่าวมาจากบ้านรุ่นพี่ว่า ไอ้ต.กินยาฆ่าตัวตาย ส่งโรงพยาบาลไปล้างท้องแล้ว เราตกใจกันมาก ตื่นเช้าลือกันทั้งคณะ แป๊บเดียวสาย ๆ ไอ้ต.กลับมานอนบ้านละ หน้าตาก็ไม่ได้อิดโรยไปจากปรกติของมันเท่าไหร่ รุ่นพี่บอกว่า เห็นมันโยนยาเข้าปากไปเยอะ แต่หกอยู่เต็มพื้นห้องเลย ดูเหมือนจะเข้าปากไปจริง ๆ แค่ 2 เม็ดเท่านั้น

หลัง ๆ จากนั้นเริ่มหนัก เพราะเหมือนมันไม่ได้เรียกร้องอะไรจาก ต.แฟนเก่าเท่าไหร่ละ แต่มาเรียกร้องกับเพื่อน ๆ คนรอบตัวแทน มีอยู่วันหนึ่งเป็นบ่าย ๆ วันเสาร์หรือ อาทิตย์นี่ล่ะ ฝนพรำๆ พวกเราชาวหอหนึ่งก็นั่งคุยเล่นกันที่หอ ห้อง 334 และ 335 ไอ้ต.เพจมาหาเพื่อน ๆ ว่า “กูจะไม่อยู่แล้วนะ จะขออยู่เป็นวันสุดท้าย มาเจอกูเป็นครั้งสุดท้ายได้ที่ในอ่างแก้ว ดีใจที่ได้เป็นเพื่อนกับพวกมึง ชาติหน้ามีจริง บลา บลา บลา ” พวกเราอ่านจบก็ได้แต่บอกว่า ช่างแม่งมันเถอะ เผลอไปสักพัก มีเสียง call (call หรือ intercom เมื่อก่อนสมัยไม่มีมือถือ ติดต่อกันยากเวลาจะไปหาเพื่อนตามหอต่างๆจะต้องกด call ส่งเสียงเรียกไปยังชั้นนั้นๆที่เพื่อนอยู่) ขึ้นมาที่ห้อง 334 บ้าง 335 บ้างเรียกชื่อพวกเรา เราก็รู้ละล่ะว่ามันมา เอาไงดีวะคุยกัน คิดว่าสักพักเดี๋ยวมันต้องขอเค้าขึ้นมาแน่ๆ (เมื่อก่อนจะห้ามไม่ให้คนนอกขึ้นหอ) เราเลยพากันนอนกลางวันกันหมด แกล้งหลับ ไอ้ต.ขึ้นมาจริง เข้าห้อง 334 บ้างไป 335 บ้าง พวกเราทั้งผอง ต่างบอกว่าง่วง กูจะนอน ขอนอนก่อนนะ ไอ้ต. ก็พูดประโยคในเพจให้พวกเรา ขอบอกขอบใจโชคชะตาที่พาเรามาเป็นเพื่อนกัน เราก็ไม่สนใจพากันหลับ

แต่สุดท้ายผมเองนี่แหล่ะที่ทนไม่ได้ ต้องลงมาข้างล่างสตาร์ทรถรีบบึ่งตากฝน ไปหาไอ้ต.ที่ด้านในของอ่างแก้ว เห็นละว่าต.นั่งตากฝน แต่ไม่ได้นั่งคนเดียว มีขวดเบียร์ช้างวางอยู่ 4 ขวด นั่นไงล่ะ กูว่าแล้ว เป็นอันว่าผมต้องนั่งฝืนใจกินเบียร์ไปกับไอ้ต.จนหมด 4 โมงเย็นเข้าไปละ พูดคุยกันถึงมันตัดสินใจปลิดชีวิตตัวเองอย่างจริงจังแล้ว จะเมื่อไหร่ ยังไงก็ไม่รู้มันล่ะ เบียร์หมดก็จะแยกย้ายกัน ผมก็ติดลมแล้ว เดี๋ยวว่าจะไปหาเบียร์กินต่อ ก็คิดว่าเรากับไอ้ต. คงจะไม่ได้เจอกันแล้วล่ะ ก็ร่ำลากัน ขอบคุณโชคชะตากันไป ไอ้ต.ถามไอ้ชามึงจะไปไหน ก็ตอบว่าเดี๋ยวกูไปแถวคูเมืองนี่ล่ะ ในใจก็คิดว่าชาติหน้ามีจริง ก็ไม่ต้องมาเป็นเพื่อนกันก็ได้นะไอ้ห่า ขี่มอเตอร์ไซค์ลงทางเนินมนุษย์ ผ่านหน้าไทยพาณิชย์ จนถึงสนามกีฬากลางมองกระจกหลัง อ้าวไอ้ห่าต. ตามมาทำไมวะ จนออกประตูสวนดอก แม่งยังตามมาอีก มึงจะต้องมาตายใกล้ๆกูหรือยังไง ไม่เข้าใจ จนออกมาคูเมือง ไอ้ต.ก็พารถมาขนาบข้าง มึงจะไปกินไหน กูไปกินด้วย ตังค์หมดแล้ว เลยงง มึงยังไม่ตายเหรอ มันตอบยังๆ แป๊บๆ ติดลมอยู่ จบแมทช์นั้นก็พบว่ามันก็ขี่มอไซค์กลับบ้านรุ่นพี่ไปหลับต่อ ไม่ได้ไปตายที่ไหน

ผมเห็นมันไม่ค่อยพูดถึงต.สักเท่าไหร่จนวันหนึ่ง ซ้อนรถกำลังจะไปไหนสักอย่างถามว่า มึงจะเอาไงกับชีวิตต่อไป ณ จุดนี้เป็นเรื่องที่สะเทือนใจผมที่สุดแล้ว ซึ่งไอ้เราก็นึกว่ามันตัดใจเรื่องความรักครั้งเก่าไปได้เยอะแล้ว ไม่คิดเครียดแค้นอาฆาตใดๆ เพราะเห็นก็เมาอยู่อย่างเดียวจนมันบอกว่า ไม่ มันไม่ใช่เลย มันไม่ใช่เลย มันบอกว่ามันเพิ่งโทรกลับบ้านไปร่ำลา แม่มันแล้วพร้อมกับขอโทษแม่มันในสิ่งที่ทำมาทั้งหมดทั้งเรื่องเรียน เรื่องชีวิตที่เหลวแหลก รวมทั้งขอโทษกับสิ่งที่มันกำลังจะทำต่อจากนี้ มันบอกแม่มันให้อภัย แม่มันยอมได้ เสียลูกคนหนึ่งแม่มันยอมได้ เราก็อะไรของมันวะ แม่ที่ไหนจะไปยอม มันบอกมันไปซื้อปืนมาแล้ว ผมก็เตือนเฮ้ย มึงอย่านะ ในใจผมก็คิดว่ามันคงจะไปยิงเค้า แล้วก็ยิงตัวตายอะไรแบบนั้น มันก็หัวเราะหึๆๆ ขี่มอไซค์ไปหัวเราะไปหึๆๆ คิดในใจมึงพกปืนไว้เปล่าวะ ไม่ใช่จอดรถแล้วยิงกูก่อนนะ ไอ้ต.บอกว่า แค่นั้นมันง่ายไป มันไม่สาสมกับที่ต.ทำกับมัน มันบอกมันสูญเสียต.อันเป็นที่รัก กูจะทำให้เค้าสูญเสียคนอันเป็นที่รักบ้าง “กูจะไปฆ่าแม่เค้า” โอ้ ชิบหายเอ๋ย หนักละ ผมก็ได้แต่ตบไหล่ ใจเย็นๆนะเพื่อนนะ ไปส่งกูหอก่อน ในใจผมคิดว่ามันไม่ทำอยู่แล้วล่ะ เพราะมันก็ไม่เคยทำอะไรรุนแรงหรือ ที่ไม่ดีแบบหนักๆกับใครเลย ยกเว้นตัวเอง พื้นฐานจิตใจมันเป็นคนใจดีมาก ชอบเล่นกับแมวกับหมากับเด็กเทคแคร์เพื่อนฝูง ภายใต้สภาพมอมแมมน่ากลัวจริงๆแล้วมีหัวใจดวงน้อยที่น่ารักน่าเอ็นดูสุดๆ เฮ้อออ


หลังจากนั้นก็ไม่ค่อยได้เจอะได้เจอกัน ก็ยังเห็นมันไปเรียนบ้าง แต่ก็ไม่เห็นมันเศร้าอะไรมากมายเหมือนแต่ก่อน เริ่มตัดผมตัดเผ้า อาบน้ำอาบท่า กลับมาตั้งใจเรียน จนเจอครั้งสุดท้ายนี่น่าจะสักไอ้ต.อยู่ปี 5 ไงนี่ล่ะ ที่มาลุ้นกับมันว่าจะไทร์ไม่ไทร์ เพราะผลกรรมที่มันทำไว้แต่ปางก่อน สมัยปี 1-2 ผลสุดท้ายสัตว์โลกก็เป็นไปตามกรรม ไม่มีใครยื้อไอ้ ต.ไว้ได้ไอ้ ต.ไทร์จากไปอย่างสงบ ในบ่ายวันนั้น เราเศร้ากันอยู่สักพักก็พากันไปเลี้ยงส่งไอ้.ต. กันอย่างกับมันเรียนจบได้งาน หลังจากนั้นก็ไม่ได้เจอกันอีกเลยระหว่างผมกับไอ้ต.

สุดท้ายไอ้ต. ฝ่ายชายก็โดนไทร์แล้วไปสอบเข้าวิศวะม.เกษตรติดเรียนต่อจนจบ ทำงานทำการ แต่เรื่องระหว่างมันกับต.เป็นไงมั่งไม่รู้ แต่ทีแน่ ๆ มันยังไม่ตายไปไหน


ในรูปนี้มีไอ้ต.ด้วย ตอนนั้นมันน่าจะไทร์ไม่ก็ใกล้ไทร์แล้วล่ะ เราอยู่ปี 4 กัน 2543