- มองดวงดาราลอยไปมาอยู่บนฟ้าในคืนที่ฉันเศร้า -

ทำอย่างไรได้อายุ 41 แล้ว อนาคตก็มีอยู่บ้าง แต่มันก็ไปทางอนาคตที่พอจะเห็นภาพอยู่บ้าง เพราะเราก็คงทำให้มันเป็นไปตามที่วางไว้เท่าที่จะทำได้ไม่หวือหวา เรื่องอนาคตไว้ทยอยว่ากัน เล่าอดีตสิมันกว่า เด็ก ๆ สมัยนี้หลาย ๆ อย่างอาจจะเกิดขึ้นรวดเร็ว สำเร็จ ผิดหวัง ล้มลุก คลุกคลาน มีโอกาสได้ทำอะไรได้หลากหลายกว่าคนยุคก่อน ๆ หน้านั้นพอสมควร 2551 เมื่อครั้งตัวเองอายุ 20 ปลาย ๆ เพิ่งได้มีโอกาสทำดนตรี เริ่มจากทำอยู่คนเดียว จากทำเล่น ๆ อยู่ 2 เพลงกลายเป็นจริงจังมีเหตุให้ต้องทำหลายเพลงขึ้นมา วุ่นแล้ว เพราะตัวเองก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะแต่งเพลงได้ ที่แต่งจบไปจนทำออกมาได้เองจริงจังก็มีอยู่เพลงเดียว


ครั้งมามีวงต้องทำเพลงกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อนร่วมวงผู้เป็นนักดนตรีอาชีพกว่า ทำดนตรีส่งมาหลายเพลง เพื่อให้เราเขียนเนื้อ ทำไงดีวะ ชอบดนตรีทุกเพลงที่เพื่อนทำมาเลย แต่สะดุดหูที่เพลงนึง มันดูสดใส เหมือนอรุณรุ่งเป็นที่สุด แต่โครงสร้างเพลงก็แปลก ๆ ว่ะเฮ้ย ท่อนไหนท่อนฮุค ท่อนไหนคือ เวิร์ส เปลี่ยนคีย์ไปมา ตรงไหนโซโล่ แล้วอีตอนจบนี่มันอะไร


คือ ฟังดนตรีเพลงนี้แล้วชอบจริงจังอยากเขียนเพลงนี้ แต่สติปัญญาความสามารถทางการเขียนเพลงตอนนั้นคือ ต่ำเตี้ยมาก ๆ ไม่มีแแผนหรือไอเดียอะไรในการทำเพลงของตัวเองตอนนั้นเลย ที่คิดได้ คือ ช่วงเวลานั้น รู้สึกอะไรบ้างก็ขุดมาถ่ายทอด จำได้ว่าชีวิตช่วงนั้น ต่อสู้กับชะตาชีวิตตัวเองและความล้มลุกคลุกคลานทั้งหลายเขียนเพื่อให้กำลังใจตัวเองเป็นหลัก ประกอบกับช่วงนั้นมักสนทนากับเพื่อนฝูงร่วมวงและนอกวงจนเกือบเช้าแทบทุกวัน ชอบนะ ชอบมองพระอาทิตย์ยามเช้าตอนก่อนเราจะเข้านอน 5555 แต่ละวันทุกข์มั่ง จนมั่ง ได้เงินมากินเบียร์หมดมั่ง เป็นหนี้มั่ง อะไรก็ตามแต่ แวะกินข้าวถูก ๆ ที่อมช. ตอนพระอาทิตย์ขึ้นก่อนนอนก็โอเค ได้รู้ว่ามีวันใหม่ เช่นเดิมทุกวัน เราจะตื่น จะหลับ จะตาย พระอาทิตย์ยังขึ้นทุกวัน ได้ไอเดียนี้มา ตั้งชื่อเพลงมาก่อนเลย ว่าอยากได้อารมณ์ของวันใหม่ ประกอบกับชื่อวง Harmonica Sunrise ความคิดถั่งโถมเข้ามาในไม่กี่วินาที เพลงนี้ต้องชื่อว่า Sunrise และ เกี่ยวกับพระอาทิตย์ขึ้น และความหวังความฝันของทุกคน เก็บสิ่งนั้นไว้ให้ดี อย่าท้อ ไอเดียมีมาเท่านี้ล่ะ แล้วก็หายไป จนตื่นมาเที่ยง ๆ ทำนองที่ฟังวน ๆ ในหัว ท่อนแรกก็ออกมาตอนนั่งกินข้าวกะเพราไข่เจียวหลังคอนโดที่พัก "มองดวงดารา ลอยไปมา อยู่บนฟ้าในคืนที่ฉันเศร้า" คือ เป็นประโยคแปลก ๆ ที่รู้สึกว่ากูนึกมาได้ไงวะ แต่เสือกชอบ แล้วมันลงกับทำนองดี หลังจากนั้น ก็ค่อย ๆ ถูลู่ถูกังกับท่อนอื่นไป พยายามจะเล่าว่าคนที่แย่สุดในชีวิตในบางคืนจนไม่อยากจะมีชีวิตผ่านคืนนี้ไปแล้ว อยากตาย ๆ ไปซะ ก็อยากจะขอให้หยุดสักนิดนึง คือ ช่วงนั้นจำได้ว่าตัวเองล้มลุกคลุกคลานผิดหวังกับหลายสิ่งมาไม่น้อย เคยครุ่นคิดว่าตาย ๆ ไปก็ได้มั๊ง แล้วก็มักจะแว๊บคิดต่อมาว่า โอ้โฮ ตายนี่มันง่ายมากเลย ไม่นานมึงก็ตายได้แล้วถ้าจะตาย อยากอยู่ยาก ๆ น่าจะสนุกกว่านะ ก็เลยเอามาเชื่อมโยงกับแสงตะวันยามเช้าแสดงถึงความหวัง (ทั้งที่ช่วงนั้น คือ เมากลับห้องต้องเห็นตะวันก่อนหลับ) ก็เลยพยายามจะให้ได้เพลงนี้ล่ะ

โอ้โฮ ตายนี่มันง่ายมากเลย ไม่นานมึงก็ตายได้แล้วถ้าจะตาย อยากอยู่ยาก ๆ น่าจะสนุกกว่า

แต่งอยู่หลายวันหลายคืนก็ไม่จบสักที จำช่วงเวลาดี ๆ เหล่านั้นได้ ใกล้ ๆเที่ยงคืนมักโทรหาสมาชิกวงและเพื่อนนอกวงว่า "เฮ้ย เจอกันมินิมอล แต่งเพลงกัน แต่งต่อให้จบ" ก็มาขลุกกันแทบทุกคืน เพลงนั้นเพลงนี้จบไหมไม่รู้ แต่พวกเราจบด้วยเมาทุกเช้า และแล้วคืนนั้น เราก็จบเพลงนี้ Sunrise กันได้ เพลงที่ชื่อ ชัดเจนมาก่อนเนื้อ ด้วยทำนองเพลงท่อนท้ายสุดของเพลงคือ เหมือนอยู่ดี ๆ ก็โผล่มาโดด ๆ เราครุ่นคิดกันถึง 3-4 ประโยคท้ายเพลงมาก จะเอาอะไรมาใส่วะ เออ "ลืมตามองฟ้า" นี่ล่ะ แล้วก็หาประโยคถัด ๆ มาใส่ให้มันเข้าท่าเข้าทาง ได้ออกมาเป็น


"ลืมตามองฟ้า เธอเห็นไหมแสงของวันใหม่

ลืมตามองฟ้า ใช่ไหมที่เธอนั้นฝันใฝ่

ลืมตามองฟ้า วันนี้ก็เป็นของเธอได้

ลืมตามองฟ้า ฮ้าาาา" ตรงบรรทัดที่ 3 ตอนแรกเขียนว่า "พรุ่งนี้ก็เป็นของเธอได้" หันหน้ามองกันละก็บอกว่าไม่ใช่พรุ่งนี้แล้วล่ะ มันวันนี้แล้ว เช้าแล้วเนี่ย

ฉลองจบเพลงนี้ด้วยเบียร์แก้วสุดท้าย พร้อมแสงตะวันทอแสง

เรา เรา เรา กี่คนไม่รู้ขี่มอเตอร์ไซค์ออกมาหาข้าวมื้อสุดท้ายของเมื่อวานและมื้อแรกของวันนี้กินกันที่อมช. ก่อนแยกย้ายกันไปนอน


25 views0 comments