บันทึกจากปี 96

ในชีวิตนี้ ดารานักร้องผู้หญิงที่ตัวเองปลาบปลื้มแบบจริงจังนี่รู้สึกจะมีอยู่ 3 คน คนแรกพี่ส้มโอ เพ็ญพิสุทธิ์ จำได้ว่าชอบตั้งแต่เรื่องหนุ่มทิพคนถัดมาก็สมัยเรียน ม.4 - ม.5 ตอนนั้นเรียนอยู่โรงเรียนนครสวรรค์ นอกจากโมเดิร์นด๊อกและเพลงสากลที่ฟังตามเพื่อนและหนังสือ Quiet Storm แล้วก็มีนักร้องแนวป๊อปสนุกสนานจากค่ายคีตาคนที่ชื่อ แอนเดรีย สวอเรซ ที่ทำให้วัยรุ่นห่างไกลกรุงเทพคนนี้หลงปลื้ม

ถัดจากนั้นก็มาเป็น จอน จี ฮุน จาก My Sassy


จะได้ดูได้ฟังสักทีก็ต้องรอรายการทีวี วันไหนเห็นลงหนังสือพิมพ์ ลงนิตยสารก็ดีใจซื้อเก็บไว้ คนอะไรน่า 5555 เต้นเก่ง, ตีกลองได้ด้วย

ซื้อเทปไว้มากกว่า 2 ม้วน นอกจาก Modern dog ก็มีแอนเดรีย นีล่่ะที่วิชาซื้อเทปชุดเดียวแต่หลายม้วนเพราะฟังจนมันยืดยาน


ตอน ม.5 จำได้ว่ามีโอกาสได้ไปกทม. ไปเดินอยู่ในห้างซีคอนสแควร์กับพ่อ กำลังขึ้นบันไดเลื่อนมองลงไปเห็นข้างล่างกำลังมีอีเว้นเกี่ยวกับกางเกงยีนส์ลีวายส์ จำได้พิธีกรบนเวทีคือ โน้ส อุดม และศิลปินที่มาแสดงมาร้องมาเต้นในงาน คือ แอนเดรีย ให้ตายชัก คือ ดีใจสุดชีวิต ถึงแอนเดรียจากสายตาจะห่างไกลจนเหลือตัวนิดเดียวแต่อย่างน้อยก็เป็น 3 มิติ แล้วยังหายใจอยู่สถานที่เดียวกัน ไม่ใช่มาเป็นแผ่นกระดาษหรืออยู่บนจอทีวี


ผ่านเวลามาจนม.6 ก็ยังคงติดตามแอนเดรียในนิตยสารและจอทีวีมาเรื่อยๆในรายกายเพลงของคีตา สุดท้ายก็ได้ข่าวว่า แอนเดรียจะเรียนจบเกรด 12 แล้วย้ายไปอยู่อเมริกาเสียแล้ว


ยุค 90s ปี 2539 ตอนนั้นวันที่ดิจิตอลเพิ่งจะคืบคลานเข้ามาในชีวิต อินเทอร์เน็ตยังห่างไกลจากคนส่วนใหญ่ เราจินตนาการไม่ออกเลยว่าหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร แอนเดรียเหมือนะออกนอกวงการไปแล้ว เราก็เตรียมตัวจะเข้ามหาลัย คิดไม่ออกจริงๆว่านักร้องที่เราปลาบปลื้มคนนี้ ในชีวิตนี้จะมีโอกาสได้เจอกันใกล้ๆอีกไหมและอย่างไร ไม่มีภาพนั้นในหัว


หลังจบม.6 ว่างอยู่หลายเดือนรอเวลาย้ายมาเชียงใหม่ ในหน้าบันเทิงของไทยรัฐ มีคนเขียนไปขอที่อยู่ที่บ้านแอนเดรียสำหรับเขียนจนหมาย เราก็ได้อานิสงส์ไปด้วย ว่างๆไม่มีอะไรทำก็เขียนจดหมายไปหาแล้วกัน ยุคนั้นเวลาแฟนๆจะเขียนจดหมายไปหาดารานักร้องต้องใส่ซองติดแสตมป์เขียนที่อยู่ตัวท่านเองไปด้วย เพื่อให้ดาราเค้าเขียนตอบกลับแล้วจะได้ไม่เป็นภาระในการซื้อซองซื้อแสตมป์ ส่งไปหายเงียบเป็นเดือน ก็คิดว่าคงยากล่ะที่เค้าจะมาตอบ แฟนๆจากทั่วประเทศเขียนหา แล้วมันไม่ใช่ง่ายเหมือนทุกวันนี้ กว่าจะแกะซองมาอ่านมาเขียนมันยาก ไม่เหมือนทุกวันนี้ พิมพ์ๆๆๆกด enter,return


ก็เลิกคอยจดหมาย เห็นข่าวในทีวีแอนเดรียบินไปอเมริกาแล้ว ปิดเรื่องราวความเพ้อฝันถึงนักร้องที่เราชื่นชอบให้เหลือเป็นความทรงจำส่วนตัว เตรียมย้ายมาเชียงใหม่

แล้วบ่ายวันนั้น บุรุษไปรณีย์ก็นำซองจดหมายสีเขียว สะกดหน้าซองถึงเราด้วยลายมือของคนอายุใกล้เคียงกับเราดูก็รู้ว่าเป็นลายมือผู้หญิง ติดแสตมป์ U.S.A. ยุคสมัยนั้นปี 2539 มีจดหมายที่เดินทางจากอเมริกา มาโผล่ที่ อำเภอตาคลี นครสวรรค์ นี่มันเป็นเรื่องแปลกนะ


แกะอ่านดู ข้อความไม่ถึงครึ่งหน้า แต่เป็นการเขียนเล่าเรื่องเหมือนจากเพื่อนถึงเพื่อน มีข้อความออกตัวว่าเขียนภาษาไทยไม่เก่ง เขียนเล่าบรรยายสั้นๆว่าชีวิตที่อเมริกาเป็นอย่างไรบ้าง ใช้คำเรียกตัวเองว่า แอน


ลงท้ายจดหมาย แอนเดรีย สวอเรซ


.

.

.

.


มาเรียนเชียงใหม่ก็พกจดหมายฉบับนั้นติดมาด้วย แอนเดรียกลับมาไทยหลังจากนั้นไม่นาน มาเพื่อออก EP แล้วก็อัลบั้มเต็มอีกชุด คนดีที่ลืม กัน หรืออะไรสักอย่างแล้วก็กลับไปอีก

เรื่องราวความทรงจำที่สวยงามของเรามันถูกบันทึกไว้เรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่ปี 1996 ใช้เวลาอยู่เชียงใหม่มาเรื่อยๆ จากเด็กมปลาย เล่นดนตรีก้อกแก้ก ฟังเพลงมาหลายแนว หัดกินเหล้า สูบบุหรี่ เข้าป่า เข้าดอย 10 กว่าปี ต่อมาวันเวลาและสิ่งแวดล้อมล่อหลอมสร้างตัวสร้างตนเราขึ้นมา แทบจะเรียกว่าเป็นอีกคนจากก่อนมาเหยียบที่นี่


แต่นั่นแหล่ะ ภาพความทรงจำที่ถูกบันทึกไว้ในวัยเด็กไม่ได้หายไปไหนยังอยู่ที่เดิม แอนเดรียยังเป็นสาวน้อยอายุ 16-17 ที่เราปลื้ม


ปี 2539 ใครจะรู้ว่าในอีก 10 ปีถัดมามันจะมี facebook มันจะมี youtube ขึ้น


ปี 2013 ชวนเพื่อนๆน้องๆไปเที่ยวม่อนแจ่มกัน ไม่รู้นึกยังไงพกอุปกรณ์บันทึกเสียงไปด้วยแล้วก็มีความตั้งใจว่าจะอัดเพลงบนนั้น โดยเลือกจะอัดเพลงนี้แหล่ะ "สบตา" ของแอนเดรีย


แล้ว Youtube, Facebook ก็ช่วยต่อเติมความฝันจากยุคอะนาล็อกให้เรา


ไว้มาเล่าต่อ



0 views

©2019 by ChaHarmo. Chiang Mai, Thailand