ฉันต้องทำ ทำอะไรสักอย่างแล้ว - 4 -

Updated: Sep 6, 2019

หลังจากวันนั้น...

ชีวิตของผมเองก็มีอันให้เปลี่ยนไป จากเดิมจะตื่นจะหลับก็ไม่ได้มีแรงจูงใจใดๆเป็นพิเศษ

ที่จะรีบตื่นมาเพื่ออะไรหรือตอนหลับจะหลับให้ฝันดียังไง พอมีให้คนให้โทรคุยกันสั้นๆก่อนนอน ยังไม่ทันหลับยังไม่ทันฝันมันก็ดีแล้ว

จากที่ไม่มีใครให้นึกถึงในระหว่างวันนอกจากรอเวลาให้มันค่ำกลางคืนเพื่อจะออกไปเล่นดนตรีแล้วก็ดื่มๆกินๆกับเพื่อนๆก็กลายเป็นมีอีกคนให้เราได้นึกถึง เป็นห่วงและสนอกสนใจชีวิตเค้า


ในใจตอนนั้น เออ มันก็สุขใจ อุ่นใจดี บ่ายๆเข้าไปในม.รับนุ้ยกินข้าวบ้างล่ะ ไปเดินเล่นตามห้างบ้างก็เป็นเพียงเท่านั้น บางเช้าที่ตื่นเวลาใกล้เคียงกัน ผมจะออกไปยืนที่ระเบียงหลังห้องโบกมือให้นุ้ยที่กำลังจะออกจากห้องไปเรียน หอเราอยู่ใกล้กันพอมองเห็นกันได้ หน้าห้องนุ้ยกับหลังห้องผมมองเห็นกัน


เย็นวันนั้นหลังจากที่เราใช้คำว่าคบกันมาได้ 6 วัน ก่อนอาทิตย์ลับฟ้าเราแวะซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้งกับของกินเล็กน้อยจากหลังม.ไปนั่งกินเล่นกันที่อ่างเกษตรพร้อมกับเพื่อนๆนุ้ย

เราพูดคุยกันมากขึ้นหลายเรื่องแต่แน่นอนคงยังไม่ใช่ทุกเรื่อง ไม่มีอะไรมากไปกว่าเสียงหัวเราะ แต่ในเสียงหัวเราะและประโยคสนทนาของนุ้ย มันมีบางอย่างที่ไม่ปกติซ่อนอยู่ ก่อนจะแยกย้ายกันกลับ นุ้ยกลับหอ ผมกลับไปทำงานเล่นดนตรีตามปรกติ

เช้าอีกวันผมโทรหาตอนเช้าตามปรกติ ไม่มีการรับสาย ผ่านเวลาไปครึ่งชม. โทรอีก ไม่รับสาย

นุ้ยหายไป ไม่โทรกลับ

ในเรื่องของการรอ ผู้รอมักร้อนรนใจกว่าผู้ทิ้งให้รอเสมอ รออยู่จนเที่ยงโทรหาเป็น 10 รอบนุ้ยก็ยังไม่รับปรกติถ้าเรียนหรืออะไรอยู่ ก็จะรับแล้วบอกให้วางแต่รอบนี้แปลกไป มันแปลกไป มันก็รับรู้ได้ถึงความผิดปรกตินั่นล่ะ รู้ละล่ะว่าเรากำลังจะต้องเสียใจ

โดยส่วนตัวยินดีต่อความเสียใจที่เรารู้ว่าเสียใจไปกับอะไรมากกว่า มานั่งร้อนรนกับอะไรก็ไม่รู้ที่ไม่ชัดเจนมากกว่า . . .

.

แล้วมันก็ชัดเจน


บ่ายโมงกว่านุ้ยโทรกลับมา... “พี่ชา นุ้ยมากินข้าวกับเพื่อนๆที่โรบินสัน เราเลิกกันเถอะ นุ้ยมีแฟนอยู่แล้ว .... และนุ้ยก็ไม่ได้ชอบผู้ชาย แค่นี้นะ”

จำได้ว่านั่ง อ้าปากค้างอยู่ร้านโบ๊ตหน้า ม.


นี่มันเกิดเชี่ยอะไรกับกูอีกล่ะเนี่ย .................




©2019 by ChaHarmo. Chiang Mai, Thailand