ฉันต้องทำ ทำอะไรสักอย่างแล้ว - 2 -

Updated: Aug 30, 2019

หลังจากสติสตังเริ่มกลับมา ทั้งคณะก็มาทานอาหารกลางวันร่วมกัน พวกเราก็เข้าร่วมไปกับเค้า เวลาเริ่มบ่ายคล้อย คืนนี้ชาวค่ายจะค้างแรมกันที่โรงเรียนนี้ พวกเราชาวเนื้องอกซึ่งก็ไม่ได้เตรียมข้าวของอะไรมาด้วยเลยจึงมานั่งทบทวนพูดคุยกันว่าเอาอย่างไรกันดีหมู่เฮา จะอยู่หรือจะกลับ ผมและไอ้วี 2 รุ่นพี่สรุปว่า “พวกเรากลับกันเถอะ” เพราะแลดูว่าคืนนี้จะลำบากกันแน่ๆ ลำบากกันเองแล้วพาลจะไปลำบากคนอื่นเค้าอีก 2 หนุ่มปี 8 และลิ่วล้อปี 5 จึงจำเป็นได้ขอเหมารถแดง 1 คันที่บรรทุกชาวค่ายขึ้นมาให้กลับลงไปส่งพวกเราด้วยแล้วค่อยตีรถกลับขึ้นดอยอีก น้องสาวประธานค่ายของคณะมนุษย์จ่ายค่ารถให้เรา ภาระเค้าอีก พวกเราขอบคุณและโบกมือร่ำลา


ขามาว่าแย่แล้วขากลับทุลักทุเลกว่าอีก เราลงมาอย่างไร้สติเพราะเสือกง่วงกันอีกรอบ บางส่วนลงไปนอนที่พื้นรถ เกาะแขนกุมมือกันไว้ รถแดงก็ซิ่งเต็มที่พาโค้งซ้ายโค้งขวาถึงคณะก็เป็นเวลา 6 โมงเย็นกว่าๆ


เราหัวเราะและด่ากันไปมานิดหน่อยก่อนแยกย้าย ผมประคองตัวขี่มอเตอร์ไซค์กลับที่พัก ทิ้งตัวหลับลงทันที สะดุ้งตื่นอีกทีรอบตัวมืดไปหมดคง คิดในใจคงใกล้เวลาจะต้องไปทำงาน ณ ตอนนั้นยังรู้สึกว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นคือ ความฝันอยู่เลย ฝันว่าได้ไปค่ายมากับเพื่อนๆน้องๆ และฝันว่าตัวเองล้ม ฝันว่ามีน้องผู้หญิงคนหนึ่งมาเช็ดแผลให้ แต่จำรายละเอียดไม่ได้หลังอมยิ้มให้กับความฝัน เดินเข้าห้องน้ำ มองกระจก “เฮ้ย !! ไม่ได้ฝันนี่หว่า" หน้ามีแต่ฝุ่น หางคิ้วซ้ายยังมีรอยเลือดแห้งๆเกาะอยู่เลย อาบน้ำอาบท่าออกไปทำงานเสร็จ ยังกลับมานั่งนึกทบทวนความทรงจำที่ค่อยทยอยเดินทางกลับเข้าหัว อืม มันเรื่องจริงนี่นา แต่เอ..ทำไมจำชื่อน้องคนนั้นไม่ได้นะ คุ้นๆว่าเป็น น หนู นุก หรืออะไรสักอย่างนี่ล่ะ


ผ่านเวลาไป 2 วันกับเรื่องที่ยังค้างคาแต่ประทับใจในเรื่องจริงที่ภาพเบลอๆเหมือนฝันพลันก็คิดว่า เอ.. กูมีใครที่เกี่ยวข้องกับคณะมนุษย์ศาสตร์สาขาภาษาฝรั่งเศสที่พอจะสืบหาตัวน้องคนนั้นได้บ้างนะ ก็มานึกออกว่ามีเพื่อนเก่าท่านหนึ่งมีน้องสาวเรียนอยู่ จึงตัดสินใจโทรหาทันทีหลังจากเกริ่นนำเพื่อนท่านนั้นก็รีบบอกมาทันทีว่า “รู้ไหม น้องๆที่ค่าย เค้าปลื้มแกกันเยอะแยะเลย เค้าบอกเป็นฮีโร่ไปช่วยแก้สถานการณ์ บลาๆๆ” ก็ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงตื้นตันแล้วก็ระล่ำระลักถามถึงน้องน.หนูคนนั้น เพื่อนรีบตอบกลับมาเสียงระล่ำระลักกว่า “เออๆๆ นั่นแหล่ะ น้องนุ้ย คนนี้ล่ะโคตรปลื้มแกเลย” ผมก็ดีใจใหญ่เลยทีนี้ “อยากคุยกับน้องเค้าน่ะ” เพื่อนตอบกลับ “โอเค แกเดี๋ยวหาเบอร์ให้ เดี๋ยวโทรบอก” ผ่านไปไม่ถึง 5 นาทีเพื่อนก็โทรกลับมา “เมมเบอร์น้องเค้าไว้นะ............. น้องเค้าก็บอกว่าอยากคุย โทรไปหาเลยนะตอนนี้ น้องเค้ารออยู่”


"เฮือก..."


ได้เบอร์มาละแต่ก็จะอะไรยังไงต่อดีวะ?จะโทรไปดีเหรอ?จะคุยอะไร? คำนวณอย่างรวดเร็วสมกับเรียนวิศวะไม่น่ามีอะไรจะเสียนี่นา ช่วงนี้ชีวิตก็ไม่ได้ยิ้มได้มีความสุขใจมาสักพักแล้วมาคุยๆกันเป็นเพื่อนเป็นพี่เป็นน้องกันก็น่าจะดี


คืนนั้นพระจันทร์โผล่พ้นมาอยู่กลางฟ้าส่องสว่างแต่ยังไม่เต็มดวง อีกไม่กี่คืนก็จะเป็นวันลอยกระทงแล้ว ลมหนาวเริ่มเดินทางมาในขณะที่ลมฝนก็ยังไม่จากไปดี ผมมายืนระเบียงหลังห้องกดโทรศัพท์ไปยังเบอร์มือถือที่ได้รับมาเสียงเรียกเข้าไม่ทันถึงครั้งที่ 2 ก็มีเสียงใสๆรับสาย “พี่ชาหรอคะ รอโทรศัพท์อยู่พอดี”

เราคุยโทรศัพท์กันสักพักใหญ่ๆซักถามทำความรู้จักประวัติส่วนตัวพอสังเขปคุยไปหัวเราะกันไปเหมือนอย่างกับเราสนิทกันมานาน ได้ข้อมูลคือ นุ้ยเป็นคนชลบุรี, พ่ออยู่เยอรมัน และหอพักนุ้ยก็อยู่หลังหอพักผมไม่ถึง 100 เมตร เราคงเคยเดินผ่านกันไปมาแถว 7-11 ปากซอยนั่นแน่ๆคืนนั้นวางโทรศัพท์เสร็จแยกย้ายกันไปนอน ผมนอนยิ้ม ไม่รู้นุ้ยยิ้มหรือเปล่า


วันรุ่งคืนก็โทรหาคุยกันนัดแนะออกไปทานข้าวกัน ซึ่งก็คือในมช.นั่นแหล่ะ แล้วก็มีเวลาเจอกันแว้บๆไปอีก 2-3 วันตามแต่เวลาที่นุ้ยจะสะดวก


ถึงวันลอยกระทงพอดีคืนนั้นก่อนไปทำงานที่ Brasserie แวะรับนุ้ยซ้อนแดงน้อยไปทำงานด้วย เพราะเรานัดกันไปลอยกระทง ทำงานเล่นดนตรีเสร็จก็เดินเตาะแตะลัดเลาะริมน้ำปิง ไปลอยกระทงกันแถวนั้นแหล่ะซึ่งผมก็ไม่ได้อธิษฐานอะไรเป็นพิเศษไม่ได้ขอขมงขอขมาอะไรหรอกเพราะส่วนตัวก็ไม่ได้ชื่นชอบการลอยกระทงอยู่แล้ว จุดประสงค์หลักคือมีโอกาสใช้เวลาทำกิจกรรมกุ๊กกิ๊กกับหญิงสาวที่รู้สึกดีด้วยอยู่ตอนนี้มากกว่า


หลังลอยกระทงกันเสร็จ ขี่มอเตอร์ไซค์กลับฝนก็เทกระหน่ำลงมาห่าใหญ่ จากริมน้ำปิงมาถึงแถวโรงแรมเชียงใหม่ภูคำนี่ก็ถือเป็นระยะทางไม่น้อย ฝนก็ตกแรงมาก จากที่จะเป็นช่วงเวลาโรแมนติกเสือกกลายเป็นหนังผจญภัยไปเสียงั้น แต่อย่างน้อยเหตุการณ์ค่ำคืนนั้นก็ถูกบันทึกลงในความทรงจำล่ะ ว่าเออ คนที่เรารู้สึกดีด้วยได้พาเค้ามาลอยกระทงด้วยแทนที่จะราบรื่นเสือกพาเค้ามาลำบาก รถยนต์ก็ไม่มี ในใจก้คิดว่าเค้าคงรู้สึกแย่ แต่ไม่เลย นุ้ยยิ้มไม่บ่นอะไรสักคำ ส่งเค้าที่หน้าหอเสร็จบ๊ายบายแยกย้ายกันไปอาบน้ำสระผมเตรียมเข้านอน


จริงๆคืนนั้นเรื่องราวควรจบเท่านี้แหล่ะ


แต่ยังไม่จบ....


©2019 by ChaHarmo. Chiang Mai, Thailand